สถิติ
เปิดเมื่อ21/02/2013
อัพเดท20/09/2019
ผู้เข้าชม3145841
แสดงหน้า3968841
เมนู
สินค้า
ปฎิทิน
September 2019
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
     

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ เนื้อดินบรรจุกริ่งพระธาตุเหล็กไหล วาระ 2411 รุ่นทรงครองราชย์ พิธีหลวงใหญ่ มวลสารเนื้อดินเมืองกำแพงเพชร พระบรมธาตุนครชุมเมืองกำแพงเพชร หนึ่งในชุดเบญจภาคี ท่านสมเด็จพุฒาจารย์ ปลุกเสกสร้างถวายพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า (BB341)

9/08/2019 12:37 เมื่อ 9/08/2019 เข้าชม 190
 
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ เนื้อดินบรรจุกริ่งพระธาตุเหล็กไหล วาระ 2411 รุ่นทรงครองราชย์ พิธีหลวงใหญ่ มวลสารเนื้อดินเมืองกำแพงเพชร พระบรมธาตุนครชุมเมืองกำแพงเพชร หนึ่งในชุดเบญจภาคี ท่านสมเด็จพุฒาจารย์ ปลุกเสกสร้างถวายพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า (BB341)
 
  • ราคาพิเศษ : 350.00 ฿
  • พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ เนื้อดินบรรจุกริ่งพระธาตุเหล็กไหล วาระ 2411 รุ่นทรงครองราชย์ พิธีหลวงใหญ่
    มวลสารเนื้อดินเมืองกำแพงเพชร พระบรมธาตุนครชุมเมืองกำแพงเพชร หนึ่งในชุดเบญจภาคี ท่านสมเด็จพุฒาจารย์ ปลุกเสกสร้างถวายพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า 
    สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม ได้เสด็จมาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร พักที่วัดเสด็จได้อ่านจารึกนครชุมที่ประดิษฐาน ณ อุโบสถวัดเสด็จ ตำบลเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร และปฏิสังขรณ์ขึ้นในปี พ.ศ.2414
    พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อปูนเปลือกหอย พิมพ์ใหญ่ พิมพ์นิยม ที่หลายคนต่างเสาะแสวงหาว่าเป็นจักรพรรดิ์ของพระเครื่องโดยการสร้างและอธิษฐานจิตโดยสมเด็จพุฒาจารย์โตพรหมรังสี 
    ในความเป็นจริงพระสมเด็จที่เขาปรารถนากันนั้นเป็นพระสมเด็จมาตราฐานสำหรับคนมีบุญ แต่ยังมีพระสมเด็จเกินมาตราฐานสำหรับคนมีบารมีอย่างพระสมเด็จและพระเครื่องที่สร้างในปี พ.ศ. 2411 เฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 5 
    ที่มีความพิเศษโดดเด่นของพระเครื่องที่สร้างในปี พ.ศ. นี้และขอกล่าวถึงพระเครื่องเนื้อดินที่สร้างในปี พ.ศ. 2411 
    พระสมเด็จวัดระฆังชุดเบญจภาคี นอกจากพระชุดเบญจภาคีเนื้อดินนี้แล้วยังพระเครื่องพิมพ์อื่นๆอีก เช่น พระพุทธชินราชบรรจุกริ่งเล็กไหล พระหลวงปู่ทวดบรรจุกริ่ง พระนาคปรกลพบุรี พระร่วงวาจาสิทธิ์ พระซุ้มกอหลังเบญจภาคี พระซุ้มกอ 2 หน้า ฯ
    พระสมเด็จเนื้อดินบรรจุกริ่งพระธาตุเหล็กไหลมี 2 สี คือดำและน้ำตาลหลังเบี้ยนูน และพระสมเด็จเนื้อดินสีดำผสมว่านไพลดำบรรจุกริ่งเหล็กไหลหลังเรียบซึ่งจะมีน้อยกว่า
    สันนิษฐานว่า เนื้อดินที่นำมาสร้างนั้น นำมาจากดินศักดิ์สิทธิ์เมืองพระธาตุนครชุม กำแพงเพชร
    วัดพระบรมธาตุนครชุม กำแพงเพชร 
    วัดพระบรมธาตุนครชุมเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในมีศาสนสถานที่สำคัญหลายอย่าง เช่น พระบรมธาตุเจดีย์ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุ 9 องค์,ต้นศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่ที่พระยาลิไททรงปลูกไว้,พระอุโบสถหลังเก่า,พระวิหาร,วิหารพระนอน,ศาลาเรือนไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้แก่ชุมชน อีกด้วย 
    พระบรมธาตุนครชุมมหาเจดีย์ทรงสูงใหญ่ สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมและสีทองอร่ามทั้งองค์ เสมือนดั่งเจดีย์ ชเวดากองในเมืองพม่า เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 9 องค์ เมื่อได้เข้าไปนมัสการและบูชาแล้ว ดังได้พบกับพระพุทธเจ้าด้วยตนเอง เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรมาตั้งแต่สมัยเป็นเมืองนครชุมกินเวลายาวนานมากกว่า 600 ปี และยังคงยั่งยืนสืบต่อกันมาเป็นองค์มหาเจดีย์แห่งศรัทธา จวบจนปัจจุบัน 
    พระบรมธาตุนครชุมเป็นวัดที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับเมืองนครชุมเป็นวัดประจำเมืองเหมือนกับวัดพระแก้วประจำเมืองกำแพงเพชรและวัดพระบรมธาตุ จากจารึกนครชุมเดิมภายในวัดมีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์(ทรงดอกบัว)สามองค์ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน สันนิษฐานว่าสร้างโดยกษัตริย์ในสมัยกรุงสุโขทัย คือพระมหาธรรมราชาลิไทหรือพระยาลิไท สร้างขึ้นในปี 1900 เพื่ออุทิศถวาย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์องค์หนึ่ง พ่อขุนรามคำแหงองค์หนึ่ง และพระเจดีย์ประจำรัชกาลองค์อีก 1 องค์ และได้นำพระบรมสารีริกธาตุ 9 องค์ สถาปนาไว้ในพระเจดีย์องค์กลาง และพระองค์ได้เสด็จมาพระมหาธาตุเจดีย์เป็นประจำทุกปี ซึ่งในสมัยสุโขทัยนั้นวัดพระบรมธาตุนครชุมมีความเจริญ มากเพราะเป็นวัดพระอารามหลวงประจำเมือง 
    วัดพระบรมธาตุเจริญรุ่งเรืองมากกว่า 200 ปี จนกระทั่งเมืองนครชุมถึงภาวะล่มสลายตามกฎแห่งอนิจจัง เพราะแม่น้ำปิงกัดเซาะแนวกำแพงเมืองนครชุมพังพินาศความเจริญทางพุทธจักรและอาณาจักรได้สูญสิ้นไปจากเมืองนครชุม เมืองฝั่งตรงข้ามทางทิศตะวันออก คือ เมืองกำแพงเพชร ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทนที่ วัดพระบรมธาตุร้างมากว่า 300 ปี จนกระทั่งถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์วัดพระบรมธาตุมีหลักฐานที่ชัดเจนอีกครั้ง จากหนังสือพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนสิงหาคม 2449 ณ เมืองกำแพงเพชร ความว่า...
    สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม ได้เสด็จมาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร พักที่วัดเสด็จได้อ่านจารึกนครชุมที่ประดิษฐาน ณ อุโบสถวัดเสด็จ ตำบลเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ได้ทราบว่ามีเจดีย์โบราณบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ริมน้ำปิง ฝั่งตะวันตกตรงข้ามเมืองเก่าสามองค์ ได้ให้เจ้าเมืองกำแพงเพชรพระยารามณรงค์สงคราม (น้อย) ได้ป่าวร้อง ให้ประชาชนแผ้วถางพบเจดีย์ตามจารึกและปฏิสังขรณ์ขึ้นในปี พ.ศ.2414 (ซงพอ หรือพระยาตะก่า) พ่อค้าไม้ชาวกะเหรี่ยงมีให้ศรัทธาจะบูรณะปฏิสังขรณ์ พระเจดีย์วัดพระบรมธาตุนครชุม พระยากำแพงเพชร เจ้าเมืองได้ทำหนังสือขออนุญาตลงมาที่กรุงเทพฯ ทางกรุงเทพฯจึงตอบอนุโมทนาและอนุญาตให้ซ่อมแซมได้ 
    สิ่งสำคัญที่สุดภายในวัดก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์ เดิมนั้นเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์(ทรงดอกบัว)สามองค์ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ในปี พ.ศ 2414 แซพอ(แซภอ หรือพระยาตะก่า) และพ่อค้าไม้ชาวกะเหรี่ยงมีใจศรัทธาจะบูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์วัดพระบรมธาตุนครชุม โดยสร้างครอบฐานเดิม ต่อมา พ.ศ.2418 แซภอถึงแก่กรรม การปฏิสังขรณ์ชะงักไป จนถึง พ.ศ.2447-2448 พะโป้จึงรวบรวมทุนทรัพย์ เริ่มปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่จนสำเร็จและยกยอดฉัตรขึ้นประดิษฐานในเดือน 6 พ.ศ.2449 ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จประพาสต้นเมืองกำแพง เพียง 3 เดือน ปัจจุบันพระบรมธาตุเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงไทยประยุกต์มอญ เนื่องจาก การบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้นพระยาตะก่า และพะโป้คหบดีพ่อค้าไม้ชาวกะเหรี่ยงได้สร้างพระเจดีย์ทรงมอญครอบไว้บนฐานเดิม เนื่องจากใช้ช่างชาวกะเหรี่ยง ลักษณะองค์จึงออกไปทางศิลปะพม่า พระเจดีย์จึงมีรูปอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และได้บูรณะใหม่อีกครั้ง ในปี 2533 โดยทำเป็นสีทองทั้งองค์ มีซุ้มจรทั้งสี่ทิศประดิษฐานพระพุทธรูปประจำซุ้ม ตั้งอยู่บนฐานสูงประมาณ 1 เมตร มีกำแพงล้อมรอบ เป็นองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เพราะภายในบรรจุพระบรมสาริกธาตุ 9 องค์ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนมาเป็นเวลาช้านาน บริเวณด้านหน้าพระบรมธาตุ ทำเป็นศาลาเล็ก ๆเพื่อใช้เป็นจุดบูชาพระบรมธาตุ และมีบริการดอกไม้ธูปเทียน มีองค์พระธาตุจำลองสำหรับให้ปิดทองและมีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ให้เราได้กราบไหว้บูชา 

    ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย
    และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้ ลูกค้า
    จงประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ สมบูรณ์ พูลลาภ ในสิ่งอันพึงปรารถนา ตลอดไป
    สาธุ สาธุ สาธุ
    สนใจโทร 
    061-9269141 ( คุณเอก )
    วิธีการเช่าพระและชำระเงิน 
    1.โอนเงินทางธนาคาร ไทยพาณิชย์
    ชื่อบัญชี จิรทีปต์ กาศโอสถ 
    สาขา สามแยกไฟฉาย
    เลขบัญชี 036-258343-5

    2.โอนเงินทางธนาคาร กสิกรไทย 
    ชื่อบัญชี จิรทีปต์ กาศโอสถ 
    สาขา แม็คโคร จรัญสนิวงศ์
    เลขบัญชี 010-8-66754-0

    แล้วส่งชื่อที่อยู่ และ รหัส มาทาง LINE ID:0619269141
    รายได้ส่วนหนึ่ง หัก 5 -20 % จากสินค้าทุกรายการ เพื่อทำบุญสร้างที่พักพิงและช่วยเหลือบริจาคโลงศพแก่ผู้ยากไร้
    ( ขอขอบพระคุณทุกท่านที่อุดหนุนเข้าชมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำบุญกับเรา)