สถิติ
เปิดเมื่อ21/02/2013
อัพเดท30/11/2018
ผู้เข้าชม2428932
แสดงหน้า3180455
เมนู
สินค้า
ปฎิทิน
December 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
     

พระสมเด็จแก้วมณีโชติเจ็ดสี แปะแผ่นทองคำแท้ทุกองค์ 2401 เจ็ดสี สายวังหน้า

22/11/2018 14:38 เมื่อ 22/11/2018 เข้าชม 151 | ตอบ 0
 
พระสมเด็จแก้วมณีโชติเจ็ดสี แปะแผ่นทองคำแท้ทุกองค์ 2401 เจ็ดสี สายวังหน้า
 
  • ราคาพิเศษ : 2,000.00 ฿
  • ตำราพระแก้วมณีโชติ กล่าวว่า แก้วมณีโชติ เป็นแก้วสารพัดนึก หากผู้ครอบครองมีจิตใจซื่อตรงถึงพระรัตนตรัย ผู้ครอบครองจะประสงค์สิ่งใดก็ย่อมได้ดังประสงค์นั้น หากศรัทธาแน่วแน่แม้ประสบเคราะห์กรรมเก่าร้ายแรงเพียงใดก็จะผ่านพ้น ผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือแคล้วคลาดได้
    พระธาตุรัตนมณีโชติ
    ตำนานพระแก้วมณีโชติ
     พระ พุทธศาสนาผ่านไป 2,500 ปี จะเกิดกลียุค มนุษย์จะรบราฆ่าฟันกันเอง โลกมนุษย์จะพบภัยพิบัติตามธรรมชาติ แผ่นดินจะไหว ลมพายุจะพัดผ่านทำลายทุกสิ่ง ไฟจะลุกไหม้ น้ำจะท่วมเมืองและเกิดโรคระบาดที่ร้ายแรงมาคร่าชีวิตคนและสัตว์ให้ล้มตาย จำนวนมาก คนที่มีพระแก้วมณีโชติบูชาจะปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง สมเด็จโตได้นิมิตบอกหลวงปู่ทิพย์ พระอรหันต์แห่งถ้ำเชียงดาว จ. เชียงใหม่ ปัจจุบันท่านได้ละสังขารไปแล้ว ท่านเล่าว่า
     เมื่อ ครั้งสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระพุทธองค์ทรงจาริกเที่ยวประกาศเทศนาธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ พระพุทธองค์ทรงเสด็จจาริกมายังถิ่นต่าง ๆ ทรงพยากรณ์ที่ต่าง ๆ มากมายและประทานพระเกศาธาตุและพระพุทธบาท อันทรงสมควรและทรงเล็งด้วยพระพุทธญาณว่าต่อไปจะเป็นที่อุดมในธรรม
     เมื่อเสด็จจากดอยจอมทองและดอยน้อย ( ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอจอมทอง เชียงใหม่ ) ก็เสด็จต่อมายังดอยกรอม ( ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอฮอด เชียงใหม่ ) พระองค์ทรงกระหายน้ำจึงให้พระอานนท์ไปตักน้ำที่แม่น้ำระมิงค์ พบพญานาคขวางทาง แกล้งทำให้น้ำขุ่น พระพุทธองค์ทรงแสดงอิทธิฤทธิ์ให้พญานาคเคลื่อนไหวไม่ได้ พญานาคจึงยอมแพ้ บันดาลให้น้ำพุ่งออกจากแผ่นดิน พระพุทธองค์ทรงเสวยน้ำเสร็จแล้ว พญานาคขอสมาทานเบญจศีล พระองค์ทรงประทานให้ด้วยความเมตตา พญานาคทรงเลื่อมใสศรัทธามากจึงควักดวงตาทั้งสองถวายเป็นพุทธบูชา
     พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่าต่อไปภายหน้าสถานที่นี้จักเป็นเมืองปรากฏชื่อนาม ว่า พิสดารนคร พระพุทธองค์ทรงเสด็จลุกขึ้นเหยียบรอยพระบาทซ้ายเหนือหินก้อนหนึ่ง ( ปัจจุบันเรียกพระบาทแก้วข้าวอยู่ที่ อ.ฮอด เชียงใหม่ ) พญานาคทูลลากลับนครใต้บาดาล ทันใดนั้นดวงตาทิพย์ได้บังเกิดขึ้นแก่พญานาคเป็นดวงตาที่แจ่มใสยิ่งกว่าเดิม จำเนียรกาลผ่านไป1,200 ปี มีพระอรหันต์นามว่าธรรมราชมีฤทธิ์ศักดามาก เป็นที่เคารพนับถือของเหล่ามนุษย์และพญานาคตลอดจนเทวดาทั้งหลาย
     พระธรรมราชคิดว่าพระพุทธศาสนาจะรุ่งเรืองได้ต้องให้คนทั้งหลายระลึกถึง พุทธคุณ จึงคิดจะสร้างพระพุทธรูปองค์เล็กจำลองเป็นรูปพระพุทธเจ้าเพื่อให้เป็นที่ พึ่งของเหล่ามนุษย์ แต่จะสร้างด้วยทองคำหรือเงินก็จะทำให้มนุษย์เกิดความโลภทำอันตรายต่อรูป จำลองของพระพุทธเจ้า ความคิดนี้รู้ไปถึงมหาพรหมผู้มีนามว่า ชินนะปัญจะระ ท่านจึงแปลงร่างเป็นชีปะขาว นำเอาแก้วมณีโชติที่ถือเป็นแก้วกายสิทธิ์อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตมาถวายให้พระ ธรรมราช พระธรรมราชจึงให้ช่างแกะสลักในเมืองช่วยกันแกะเป็นรูปจำลองพระพุทธเจ้า ปรากฏว่าช่างแกะสลักไม่สามารถแกะสลักแก้วมณีโชติได้
     พวกช่างปรึกษากันด้วยจนปัญญา ความนี้ทราบถึงพระอินทร์ จึงสั่งให้เทวดาประจำวันทั้ง 7 พระองค์แปลงร่างเป็นมนุษย์ลงมารับอาสาแกะสลักแก้วมณีโชติเป็นรูปจำลองของพระ พุทธเจ้า ด้วยการแกะสลักเป็นพระพุทธรูปองค์เล็กใช้ติดกายและองค์ใหญ่สูงครึ่งคืบไว้ ประจำบ้านเมือง เพียงใช้เวลา 7 วันแกะได้ 84,000 องค์ เมื่อสร้างเสร็จแล้วพระธรรมราชจึงประชุมกับเจ้าเมืองและชาวเมืองเพื่อจัดงาน ทำบุญฉลองสมโภชพระแก้วมณีโชติ
     ท่านมหาพรหม ชินนะปัญจะระและพระอินทร์จึงแปลงร่างเป็นชีปะขาวมาร่วมในงานฉลองด้วย เมื่อถึงเวลาพระธรรมราชเป็นผู้เจริญพระพุทธมนต์ ชะปะขาวทั้งสองเจริญทิพยมนต์บูชาพระพุทธเจ้า และมีการจุดบั้งไฟเป็นพุทธบูชานับได้ 108 กระบอก ชาวเมืองพร้อมใจกันจุดบั้งไฟ เมื่อจุดบั้งไฟติดพวกช่างแกะสลักทั้งเจ็ดและชีปะขาวทั้งสอง ก็กระโดขึ้นนั่งบนหัวบั้งไฟ บั้งไฟได้พาเอาร่างชีปะขาวและช่างแกะสลักสูงขึ้น ๆจนหายเข้ากลีบเมฆไปในที่สุด
     ชาวเมืองจึงรู้ว่าเทวดาแปลงร่างมาเป็นช่างแกะสลักและชีปะขาวจึงพากันส่ง เสียงแซ่ซ้อง สาธุ สาธุ กึกก้องอึงคะนึงไปทั่วทั้งเมือง ท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระจึงประพรมน้ำพุทธมนต์ อวยพรอวยชัย โดยบันดาลให้ฝนทิพย์ตกลงมาทั่วเมือง เสร็จงานแล้วชาวเมืองช่วยกันขุดหลุมลึก 7 ศอก 56 หลุม นำเอาพระทั้งหมดใส่ไห 56 ไห ฝังในหลุมแล้วกลบอย่างดี พระธรรมราชขอให้พญานาคชื่อ พญาสีเสน เป็นผู้เฝ้ารักษาไม่ให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำที่แห่งนี้
     ศาสนาตถาคตผ่านไปกึ่งพุทธกาล พระแก้วมณีโชติจะปรากฏขึ้นมาให้มนุษย์สักการบูชากราบไหว้ เป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวของคนดีที่มีศีลธรรมที่เคารพนับถือพระพุทธเจ้า มนุษย์ที่ได้ครอบครองพระแก้วมณีโชติจะปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง มีความสุขสมบูรณ์ เจริญด้วยโภคทรัพย์ เทวดาปกปักคุ้มครองรักษา เมื่อนั้นพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไปจนครบ5,000 ปีตามพุทธพยากรณ์
     สมเด็จโตผู้นิมิตพบท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระ เมื่อครั้งธุดงค์ไปที่กำแพงเพชร ท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระได้สอนคัมภีร์ธรรมศาสตร์และพิธีการปลุกเสกพระ เครื่อง ทำให้พระสมเด็จของท่านมีชื่อเสียงเลื่องลือระบือนามไปทั่วทิศ พร้อมทั้งบอกเล่าตำนานพระแก้วมณีโชติ และบอกให้สมเด็จโตไปเอาพระแก้วมณีโชติมา 5 ไหเก็บรักษาไว้ ในภายภาคหน้าจะเป็นประโยชน์ในการช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอยู่ครบ 5,000ปี
     สมเด็จโตพร้อมศิษย์จึงเดินทางมาที่เมืองพิสดารมหานครและได้พบกับพญานาคผู้รักษาพระ แก้วมณีโชติ พญานาคได้พ่นพิษไฟเข้าใส่ สมเด็จโตจึงภาวนานึกถึงท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระ ไฟพิษของพญานาคไม่สามารถทำอันตรายได้ สมเด็จโตบอกพญานาคว่าท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระให้มาเอาพระแก้วมณีโชติ 5 ไห ถ้าท่านไม่เชื่อก็ให้ท่านเอ่ยนาม ชินนะปัญจะระ พญานาคเมื่อฟังก็รู้ว่าท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระใช้มาจริงไม่ได้พูดเท็จ จึงมอบพระแก้วมณีโชติให้สมเด็จโต 5 ไห สมเด็จโตนำมาเก็บไว้ที่กุฏิท่านโดยให้วิญญาน นางนาคเป็นผู้เฝ้าดูแล ทำให้ไม่มีใครเข้าใกล้ไหของสมเด็จท่าน ด้วยเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์นางนาคที่ชอบปรากฏตัวให้ผู้คนเห็น
     ก่อนสมเด็จโตจะมรณภาพ ท่านได้นำไหทั้ง 5 ใบไว้บนเพดานโบสถ์วัดระฆังโดยไม่มีใครรู้ เวลาผ่านไป 100ปี สมเด็จโตได้นิมิตบอกผ่านให้ท่านอาจารย์ของผู้เขียน ได้รับรู้ถึงนิมิตรตำนารพระแก้วมณีโชติและมอบพระแก้วมณีโชติทั้ง5 ไห ให้แก่ท่านอาจารย์ของผู้เขียนเก็บรักษาไว้ และก่อนที่ท่านิอาจารย์ของผู้เขียนจะละสังขารได้มอบพระแก้วมณีโชติให้ศิษย์ ของท่านเป็นผู้ดูแลเก็บรักษาไว้ และอนุญาตให้เปิดเผยเล่าเรื่องราว ตำนารพระแก้วมณีโชติให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้รับรู้ เพื่อช่วยกันสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ครบ 5,000 ปี
     พระแก้วมณีโชติ เป็นมหาปูชนียวัตถุสูงสุดประจำพระพุทธศาสนา เป็นที่เคารพนับถือกราบไหว้บูชา และเป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยวของโลกทั้งสามมาแต่โบราณกาล ขอเชิญทุกท่านมาสักการะบูชาพระแก้วมณีโชติ พระคู่บ้านคู่เมือง 1 ใน 9 องค์แห่งเมืองพิสดารมหานคร ภายในพระเมาลีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเพื่อความเป็นศิริมงคลสูงสุดในชีวิต ท่านที่ต้องการบูชาพระแก้วมณีโชติเพื่อปกป้องคุ้มครองภัยตามนิมิตรสมเด็จโต บูชาได้ที่บ้านธรรมมะโตทุกวันเสาร์- อาทิตย์ ปัจจัยที่ได้จากการบูชานำไปสร้างวิหารธรรมทานสมเด็จโต และกุฏิวัดพระเจ้าโท้ เมืองฮอด จ. เชียงใหม่ วัดที่เป็นต้นกำเนิดตำนารพระแก้วมณีโชติ พระแก้วกายสิทธิ์ที่มาจากสวรรค์ พระที่เทวดาสร้างถวายเป็นพุทธบูชา

    พระสมเด็จฯ แก้วมณีโชติ วรรณะชมพู
     สีชมพู หมายถึง สีแห่งพลังอานุภาพเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์มหานิยมนิ่มนวลอ่อนโยน มีความโดดเด่นสะดุดตาดึงดูดสำหรับเพศตรงข้ามและผู้คนรอบข้างผู้ที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ผู้คนรอบข้างเกิดความเมตตาช่วยเหลืออย่างน่าอัศจรรย์ใจ ยิ่งสีชมพูเข้มออกสดใสยิ่งมีพลังมหาเสน่ห์ดึงดูดเป็นที่รักใคร่เป็นที่พึงปรารถนาดังนางพญาที่สูงศักดิ์สง่างดงามอย่างน่าประหลาด
     หมายเหตุ…ผู้ที่ได้ครอบครองจะต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจที่ดีงาม ไม่นำพลังไปใช้ในทางไม่ดีดัง”ปากหวานก้นเปรี้ยวเลี้ยวตลบแตลง”ยิ่งกระทำกับเพศตรงข้ามจนกระทั่งผิดศีลในข้อที่ 3 จนเกิดความทุกข์กายทุกข์ใจ บั้นปลายท้ายสุดแล้วจะอเน็จอนาถน่าสังเวชเป็นอย่างมาก เมื่อผลกรรมนั้นมาตอบสนอง
    พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรม และพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา เป็นผู้วิเศษสูงสุด เป็นที่พึ่งอันสูงสุดของมวลมนุษย์ แต่ในด้านโลกิยภูมิแล้ว แก้วมณีโชติ คือของวิเศษสูงสุด ที่มวลมนุษย์อยากได้ครอบครอง แต่ผู้ที่ได้ครอบครองมีเพียงคนมีบุญญาธิการที่ได้สร้างไว้ดีแล้วเท่านั้น
     คนไทยทุกคนเคยได้ยินคำว่า “มณีโชติ” ในคำอวยพร ที่พระสวดเวลาให้พร
    “ ยถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา จันโทปัณณะระโส ยะถา มะณิโชติ ระโส ยะถา “
     “แปลความว่า “ สายน้ำที่ไหลจากทุกทิศทาง ย่อมทำให้แม่น้ำใหญ่เต็มฝั่งได้ฉันใด ทานที่ท่านให้จากโลกนี้ย่อมถึงแก่ผู้ล่วงลับไปแล้วเช่นเดียวกัน ขอให้ความปรารถนาที่ท่านตั้งไว้จงสำเร็จเดี๋ยวนี้ ขอให้ความดำริทุกอย่าง จงสำเร็จทุกประการ ดุจพระจันทร์วันเพ็ญ และดุจผู้มีแก้วมณีโชติ”
    'แก้วมณีโชติคืออะไร สำคัญไฉน'
    แก้วมณีโชติ คือแก้ววิเศษ หรือแก้วจินดามณี หรือแก้วสารพัดนึก สามารถเปล่งแสงได้ในตัวเองดุจแสงจากหลอดไฟนีออน หรือดุจแสงพระจันทร์เพ็ญ และสามารถดลบันดาลให้ผู้ที่เป็นเจ้าของ และผู้เลื่อมใสศรัทธาได้รับสิ่งที่ตนเองปรารถนา
    “แก้วจินดามณี หรือแก้วสารพัดนึก” แต่ก็เพียงแค่ได้ยินชื่อในนิยาย ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วแก้วสารพัดนึกมีลักษณะอย่างไร หรือเป็นเพียงนิยายปรัมปราที่เล่าสู่กันฟัง
     แปลภาษาบาลีตามหลักสูตรที่ท่านกำหนดไว้ มันมีหลายเรื่องที่ชวนสงสัย และก่อให้อยากรู้เสมอมา
     นั่นคือเรื่องแก้วมณีโชติ ท่านเล่าว่า มหาเศรษฐีผู้มีบุญเช่นโชติกะเศรษฐี เคยทำบุญไว้มากมายในสมัยพระพุทธเจ้าปางก่อน เมื่อมาเกิดในสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์นี้จึงมีบุญบารมีมาก เมื่อถึงวัยที่จะมีเหย้ามีเรือน พ่อให้คนถางที่เพื่อสร้างบ้านให้อยู่ พอถางที่เสร็จ อาสนะของท้าวสักกเทวราชก็เร่าร้อน ท่านส่องทิพย์เนตรตรวจดูก็รู้ว่าเทพบุตรผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ไปเกิดในโลก บัดนี้ถึงเวลามีเหย้ามีเรือนแล้ว ท่านจึงไปเนรมิตปราสาทแก้ว 7 ชั้นให้เกิดขึ้นในบริเวณนั้น ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วดุจกำแพงกระจก
     เทวดาที่มีฤทธิ์อีกพวกหนึ่งก็ไปนำสาวงามจากอุตตรกุรุทวีป (โลกในจักรวาลอื่น) มาเป็นเจ้าสาว เมื่อเธอมานั้นมีของวิเศษติดตัวมา 2 อย่างคือ ' แผ่นหินวิเศษ และ แก้วมณีโชติ '
    แผ่นหินวิเศษนั้นเหมือนเตาไฟฟ้าของเราสมัยนี้นี่เอง เมื่อนำหม้อหุงข้าว หรือหม้อแกงตั้งบนแผ่นหินมันจะเดือดพล่าน โดยไม่ต้องใช้ฟืนใช้ไฟใด ๆ ข้าวและอาหารจะสุกในเวลาไม่กี่นาที
     ส่วนแก้วมณีโชตินั้น ให้คุณ 2 ประการ คือ
     เมื่อปรารถนาสิ่งใด สิ่งนั้นจะบังเกิดขึ้นดุจเทพยดาบันดาล และเวลากลางคืน แก้วมณีจะเปล่งแสงสว่างจ้าดุจกลางวัน เศรษฐีและภรรยาผู้เลอโฉมจึงมีชีวิตอยู่ในปราสาทแก้วดุจเทพยดา ไม่ต้องทำมาหากินอะไรก็มีทรัพย์สมบัติ มีข้าทาสหญิงชาย ให้ใช้สอยอย่างมีความสุข พอตะวันตกดิน ปราสาทแก้วของเศรษฐีก็มีแสงสว่างจ้าเกิดขึ้นยิ่งกว่าแสงจันทร์วันขึ้น ๑๕ ค่ำ
     พระเจ้าพิมพิสาร และเจ้าชายอชาติศัตรู ได้ยินคำร่ำลือยังต้องไปดูสมบัติของโชติกะเศรษฐีถึงบ้าน ภรรยาสาวของโชติกเศรษฐีมานั่งถือพัดพัดวีให้พระเจ้าพิมพิสาร ได้กลิ่นเหม็นจากควันไฟที่ติดพระภูษา และกลิ่นแขกของพระเจ้าพิมพิสารถึงกับน้ำตาไหล เพราะไม่คุ้นกับกลิ่นสามัญมนุษย์ จึงฟ้องสามีว่า “พี่จ๋า เรามีบุญมากมายถึงปานนี้ ทำไมต้องมานั่งรับใช้คนอื่นอีก บุญของเราที่ทำมาไม่มากพอหรือไง?”
    พวกมหาเปรียญที่แปลบาลี อ่านธรรมบทที่แปลแล้วก็มีความคิด เราเกิดในสมัยที่คนมีบุญน้อยมาเกิด เราจึงไม่ได้สัมผัสคนมีมหาบุญมาเกิด ทำนองเดียวกับที่เราไม่เชื่อว่าในเทวโลกเขาอยู่เขากินกันยังไง เพราะส่วนมากเราคิดว่าเรื่องเทวดา สัตว์นรก เป็นเพียงนิยายปรัมปรา หลอกให้คนทำดี..
    • โทร 061-9269141
      LINE ID : 0619269141

      วิธีการเช่าพระและชำระเงิน
      1.
      โอนเงินทางธนาคาร ไทยพาณิชย์
      ชื่อบัญชี จิรทีปต์ กาศโอสถ 
      สาขา สามแยกไฟฉาย
      เลขบัญชี 
      036-258343-5
      ...........................................................................
      2.
      โอนเงินทางธนาคาร กสิกรไทย 
      ชื่อบัญชี จิรทีปต์ กาศโอสถ 
      สาขา แม็คโคร จรัญสนิวงศ์
      เลขบัญชี  
      010-8-66754-0
      ...........................................................................
      ฟรีค่าจัดส่ง EMS ครับ

      แล้วส่งชื่อที่อยู่ และ รหัส มาทาง 
      ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย
      และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้ท่านและเจ้าหน้าที่
      จงประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ สมบูรณ์ พูลลาภ ในสิ่งอันพึงปรารถนา ตลอดไป
      สาธุ สาธุ สาธุ
 
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :